-=Jfk=- Car Experience

Missubishi Triton Db Cab 4 X 4
3.2 GLS Limited

ปกติ ผมเอง ไม่ค่อยได้ขับ รถกระบะเท่าไร แต่ว่า ความที่เป็นคนชอบขับรถเที่ยวลุยป่า และ ระยะหลังบุกเข้าไปในป่า ที่โหดๆ หน่อย ทำให้ รถที่ใช้อยู่ ไม่มีตัวไหน ที่พอจะลุยทางโหดๆ ได้ซักตัว เลยตัดสินใจ หารถกระบะ ขับ สี่ มาเอาไว้ลุยเข้าป่าโดยเฉพาะ
ตอนแรกมองไปที่กระบะยอดนิยม สอง ตัว คือ Isusu D Max กับ Totota Vigo แต่ว่า พอไปลองดูแล้ว ภายในของสองตัวนั้นไม่ค่อยสวยถูกใจ พอเหลือบไปมอง Navara ที่เพิ่งออกมาใหม่ ก็ยังเหมือนมันขาดๆเกินๆ โดยเฉพาะการตกแต่งภายในที่อยากได้ โทนสีดำ มากกว่า
สุดท้าย ก็มาลงเอยกับ Triton DB Cab กระบะโค้งตัวสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม ตัวนี้ แทน

คันนี้ได้มาก่อนเปลี่ยนโฉมเป็น กระบะตรง ในรุ่นถัดมา เป็นตัว 4X4 เครื่อง 3.2 L GLS Limited ที่มีการตกแต่ง เพิ่มเติมมาให้บางส่วน และ เนื่องจาก กำลังอยู่ในช่วงใกล้เปลี่ยนโฉม เลยต่อรองราคา ลงมาได้ ลดจากราคาตั้ง เกือบๆ แสน พร้อมแถมประกันชั้นหนึ่ง ซ่อมห้างก็เลยโอเค

เบาะนั่งและคอนโซลภายใน เป็นหนังสีดำ ตัดกับ สีพลาสติค และหนังสีเทา สวยถูกใจ เพราะว่า ไม่ชอบสีเบจ ที่หลาย รุ่นใช้กัน เบาะนั่งคู่หน้ากึ่ง Bucket Seat นั่งสบาย ส่วนเบาะแถวหลัง หลังปรับเอนไม่ได้ ทำให้นั่งไกลไม่สบายนักแต่ว่า ส่วนที่นั่งกว้าง นั่งได้ สบายพอใช้

ตัวไมล์ และวัดรอบ ในคอนโซล สามวง ดูง่าย ชัดเจน ทั้งกลางวันและกลางคืน

กระจกบานหลัง ตอนกลาง เปิดปิดได้ด้วยไฟฟ้า โดยการเลื่อนลง ช่วยให้ คุยติดต่อกับคนนั่งในกระบะท้าย ได้ง่าย รวมทั้งกรณีใส่ครอบกระบะทำเป็นแวน ก็ใช้เปิด คุยกันได้ แต่เอาจริงประโยชน์ใช้สอยตรงนี้ไม่มากนัก

Console รุ่นนี้ วัสดุบุผิว เป็นยางสีดำ ทำได้ดี ทีเดียว ดีกว่า ปิคอัพหลายค่ายที่ทำกันด้วยพลาสติค หยาบๆ สรุป ว่าภายในถือว่าถูกใจ ใช้ได้ ของเดิม เครื่องเสียงที่ให้ มีแต่ CD วิทยุ กับ วิทยุ ไม่มี DVD และจอมองถอยหลัง ซึ่ง ผมมองว่าค่อนข้างจำเป็นสำหรับกระบะขนาดใหญ่เวลาถอยหลังจอด
Console ตรงตำแหน่งเครื่องเสียง นั่นจริงเป็นตำแหน่ง ที่ใส่ได้ 2 Din แต่ ใช้ Font 1 Din กับ จอ Command อีกหนึ่ง 1Din
ดังนั้นเมื่อจะเปลี่ยนใส่ Font พร้อม จอ 2 Din ของ Pioneer แทนตำแหน่งเดิม ก็เลยต้องย้าย จอ Command ลงมาไว้ด้านล่าง โดยทำการ ขึ้นรูปกรอบ ติดตั้ง ใหม่ทั้งสองจุด ซึ่ง อันนี้ทำที่ Rocket Sound งานออกมาดีใช้ได้
ใช้งานร่วมกับกล้องมองหลัง ของ Pioneer ให้ภาพได้กว้าง ชัดเจนดี แต่ว่า มุมมองมันเป็น มุม Wideมาก เวลามองต้องกะระยะ เผื่อนิดๆ บางทีเกือบชิดแล้ว ยังคิดว่าห่างจากมุมกล้องต้องค่อยๆดูเหมือนกัน

ไฟหน้าของเดิมรุ่นนี้ตอนออกมาผมรู้สึกว่า มันสว่างน้อยกว่าปกติ พอสมควร แม้จะเปลี่ยนฟิล์ม บานหน้าเป็น L75 ของ Lamina ซึ่งถือว่าใสมากแล้ว ก็ยังสว่างน้อยไปนิดโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ รถทีใช้อยู่ทั้งหมด พอค้นหาข้อมูล ในเว็บ หลายแห่ง แนะนำ ให้เปลี่ยนโคม ของ Pajero Sport มาใส่ แต่มีเพื่อนบางคน แนะนำให้ลองเปลี่ยนหลอด H4 XTream Highpower ของ Phillipe ซึ่งขนาด Watt เท่ากันไม่ทำให้โคมร้อน มาใช้ ซึ่งพอลองแล้วปรากฏว่า แสงออกมาสว่างกำลังดี สีสวยไม่ขาว หรือส้มเกิน กดไฟหน้าให้ต่ำลงนิด เวลาขับ มองสบายตา และ ไม่รบกวน รถที่วิ่งสวนมามากนัก (ใช้งานมา ปีกว่าๆ ยังไม่เจอใคร Dip ไฟสวนเตือนแม้แต่คันเดียว ) และ โคม ยังปกติ หลอดก็ยังคงใช้อันเดิมไม่ขาด ใครที่มีปัญหา เรื่องไฟหน้าลองพิจารณาดูก็ได้ครับ

สังเกตุ จากแนวแสงไฟหน้าจะเห็นว่าไม่ค่อยฟุ้งเท่าไรเลย

คันนี้จากสีเดิม บรอนซ์เงินอมเทา หลังจากใช้มาพักนึง เริ่มรู้สึก เบื่อๆ กับมัน เลยคิดลองเปลี่ยนสีโดยการ Wrap Sticker เล่นบ้าง ซึ่งมีหลายเจ้าหลายราคา ราคา มีกันตั้งแต่ สองหมื่นกว่า บาท ไปยัน ห้าหกหมื่น คันนี้ ผมเลือกหุ้ม เป็น Film PVCลาย Kevlar ตัดกับสีส้มด้านในบางจุด ให้พอสดใส ฝีมือการหุ้มทำที่ Perfect Wrap ที่สามแยกไฟฉาย ผมว่า คุณภาพ พอใช้ได้ แต่ราคาถือว่า ถูกกว่าที่อื่นพอสมควร คันนี้ ทั้งคัน รวมทั้งฝาปิดกระบะ ทำมา สองหมื่นนิดๆ ถ้าเป็นฟิล์ม PVCสีธรรมดาไม่ใช่ ลาย Kevlar ก็ไม่ถึงสองหมื่น รถเก๋งก็ถูกกว่านี้ เพราะว่าคันเล็กกว่า สนใจ ติดต่อโดยตรง เองเลย ครับ(คุณ นัท 0841392829) ยินดีประชาสัมพันธ์ให้ เพราะว่า ที่ใช้บริการมาผมว่าเค้าดูแลลูกค้าได้ดี ระดับนึงเลย

มาดูด้านหน้าหุ้มแล้ว หล่อมั้ย :)

บั้นท้าย พร้อมฝาปิดกระบะ หุ้มลายเดียวกัน ฝากระบะท้ายเลือกใช้ ของ Super Up สวยเรีบบใช้ได้ เปิดปิดด้วยไฟฟ้า เวลาเปิดยกสูงสุด ก็สูงพอที่จะทำให้คนนั่งในกระบะท้ายยืดตัว สูงสุดไม่ต้องก้ม ผมว่าฝาปิดกระบะท้ายแบบนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับคนใช้ Pick Up ที่ไม่ต้องการ ครอบหลังคาที่ใหญ่มาก แบบบรรทุกมากๆ แต่ว่า ใช้แค่คุมสัมภาระเดินทาง เวลาเที่ยว เท่านั้นไม่โต้ลมดี

แต่งรถเป็นสีดำแล้ว ล้อสีเงินของรถก็เริ่มไม่เข้ากับรถ เลยต้องจัดการเปลียนล้อกับยางใหม่เข้าไปให้มัน
ล้อเลือกใช้ Lenzo Road Terain แม็กซ์ไทย ราคาไม่แรง สวยใช้ได้ ขอบ 17 สีดำด้าน ออฟเซ้ท ยื่นกว่าของเดิมออกมาเล็กน้อยพองาม ส่วนยาง ตอนแรก จะใช้ BF Goodrich All Terrain รุ่นยอดนิยม แต่ว่า พอลองดู Dunlop Grandtracker AT3 265/65/17 ตัวนี้ ซึ่งถูกกว่า ชุดล่ะเกือบสองหมื่น ก็เลย ลองตัวนี้มาดู เท่าที่ วิ่งบนถนน เสียงไม่ดังเกินไปรีดน้ำดี ลุยทางขรุขระ และลูกรัง ก็ดีใช้ได้ แต่ยังไม่เคยลงโคลน หนักๆ ซักที ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น คงสู้ พวกยาง Mud ไม่ได้ แต่บนทางเรียบ ซึ่งใช้บ่อยกว่า ตัวนี้ น่าจะ Work กว่า

Triton ตัวนี้ ช้อคติดรถที่ให้มา ผมว่าพอใช้ได้ แต่ว่าเวลาเจอถนนไม่เรียบ บางครั้งเด้งโดดนิดๆ ปรึกษาเพื่อนๆในคลับ Triton แนะนำ ช้อคอัพ Robust ช้อคอัพของไทย ที่ ใช้เทคโนโลยี่เยอรมัน เป็นรุ่นที่มี Sub Tank แยก และแกนรุ่นใหม่ขนาดใหญ่ ทั้งชุด สั่งจากในคลับ สี่ตัว 18,000 มาติดตั้ง ที่ กวงย่งเส็งของเฮียเซียะ ที่รามอินทรา 107 ร้านประจำของสมาชิกในคลับเช่นกัน ค่าติดตั้ง พันกว่าบาท แต่ต้องบอกว่า บริการสุดยอดประทับใจ แบบตั้งใจทำจริงๆ ทำเหมือนทำให้เพื่อน ตอนนี้ ช่วงล่าง ผมเลยไว้ใจที่นี่เป็นพิเศษ

ตอนติดตั้งโช้ค ช้อครุ่นนี้ โชคหน้าปรับให้สูงได้ เล็กน้อย เลยถือโอกาสให้ปรับยกสูงเพิ่มความหล่ออีกเล็กน้อย ด้านหลัง หนุนแหนบ ยกขึ้นสองนิ้ว ส่วนด้านหน้า ความที่ชอบรถหน้ากดต่ำๆ นิดๆเลยยกขึ้นมาแค่ นิ้วครึ่ง ไม่ได้ยกสูงมากมายเอาสูงพองาม เพราะว่า เน้นทางเรียบเป็นส่วนใหญ่ๆ ลุยป่าก็ลุยไม่มากนัก บันไดข้างเวลาถอดออกมันเลยดูสูงมากกว่า ปกติหน่อย

บันไดข้างที่ถอดออกไป ตอนแรกว่าจะหาบันได้ เหล็กสีดำมาใส่แทน แต่ว่า คิดไปคิดมา เอาไปยิง Power Coated สีดำด้าน ทั้งด้านข้าง และด้านหลัง โดยคุณ Bell จาก Kenrpo ร้านยางเพื่อน เรา ที่เป็นคนจัดการเรื่องยางกับ Max คันนี้ ช่วยนำส่งไป ทำให้ที่โรงงานเพื่อนเค้า ออกมา งานดูดี ครับ สีเข้ากับตัวสติคเกอร์ ดี และสีทนทานใช้ได้เลย เหยียบลุยมาเป็นปี สียังสวยไม่ลอก อิๆ

สมรรถนะ และการขับขี่

ตัวนี้ ผมใช้ สำหรับเที่ยวลุยป่า แต่ว่าต้องขับทางไกลหลายร้อยโลประจำ
แต่ว่าหลังจากปรับเปลี่ยนช้อค ล้อและยาง แล้ว เกาะถนนใช้ได้ ทั้งการขับสอง และขับสี่ (4H) ความเร็วสูงสุดทำได้ ประมาณ 180 กว่านิดๆ
อัตราการสิ้นเปลิอง เวลาเดินทางไกล ถ้าเหยียบระดับ 130-150 กินประมาณ 10-12โล / ลิตร ก็ถือว่าโอเคสำหรับรถเครืองใหญ่ขนาดนี้
จุดบอดของรถคันนี้ตอนที่ได้มาตอนแรกคือ คิ้วบังแดด สีดำเข้ม ด้านหน้า โดยเฉพาะด้านคนขับ มันยื่นล้ำลงมา เพื่อให้บังแดดได้ดี แต่ว่า มันกลายเป็นจุดบังสายตาให้เกิดมุมบอด โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งไวๆ ตรงนี้ ผมเองเคยเจออุบัติเหตุ ที่โค้ง จากปาย มาแม่มาลัย ซึ่งเราเป็นฝ่ายผิดที่ตัดโค้งขวาลงเนินมา แล้ว มองไม่เห็นรถที่สวนมา เนื่องจากเสา A และ แผงบังแดด อันนี้บังมุมมองไปส่วนนึงประกอบกับ มีป้ายข้างทางบังเสริมมุมมองมิดสนิท เลยเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ ครั้งนั้น หลังจากนั้นเลยจัดการ แก้ไข คิ้วนี้โดยการปาดตัดโค้งทิ้งออกไปราวๆ สองนิ้วไม่ให้บังสายตา ซึ่งช่วยให้มุมมองดีขึ้นเยอะเลยทีเดียว

Visit Jfk Car Gallery

www.2jfk.com

มีข้อแนะนำ หรือ ข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำได้ครับ

jfk@2jfk.com